Email Writing

การเขียน email ภาษาอังกฤษเพื่อติดต่อกับคนทั่วโลกง่ายนิดเดียว

ตัวอย่าง resume

ตัวอย่าง resume และจดหมายสมัครงานนับร้อยตัวอย่างที่นี้ที่เดียว

Business Writing

การเขียนจดหมายธุรกิจภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร ติดต่อ ค้าขาย จะเป็นเรื่องง่ายสำหรับคนไทย.

คำสอนท่านพุทธทาสภิกขุ

ธรรมะคือความเป็นธรรมดา ความเป็นธรรมชาติของทุกสรรพสิ่ง ไม่มีธรรมะไม่มีชิวิต

วันอังคารที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2555

หลักการเขียนจดหมายสอบถาม (Enquiry Letter) ภาษาอังกฤษ

จดหมายสอบถาม (Enquiry Letter) คือ จดหมายที่ผู้เขียนได้เขียนขึ้นเพื่อขอดูตัวอย่างสินค้า หรือเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้าและบริการที่ตนสนใจ ดังนั้นการเขียนจดหมายจึงควรระบุให้ชัดเจนว่าต้องการทราบข้อมูลส่วนไหนเพิ่มเติม เช่น เงื่อนไขและส่วนลด เงื่อนไขการส่ง วิธีขนส่ง การประกันสินค้า การจ่ายเงิน เป็นต้น การเขียนเนื้อหาควรกระชับ ตรงประเด็นและอ่านเข้าใจง่าย
ส่วนประกอบของการเขียนจดหมายสอบถาม
1. Replying to an advertisement หรือ Opening
เป็นส่วนของการเขียนเปิดประเด็น หรือเปิดจดหมาย ซึ่่งจะอยู่ส่วน paragraph แรกของการเขียนจดหมาย  มักใช้เขียนบอกที่มาที่ไปว่าเราทราบข่าวหรือรู้จักสินค้านี้จากไหน ตัวอย่างประโยคที่ใช้ เช่น


We have seen your advertisement in Bangkok Post of 20 May, 2010.
เราได้เห็นโฆษณาของคุณในหนังสือพิมพ์บางกอกโพสลงวัยที่ 20 พฤษภาคม 2010


 I have come across your advertisement in Bangkok Post about your LCD TV.
ผมได้เจอโฆษณาของคุณที่ลงในหนังสือพิมพ์บางกอกโพสโดยบังเอิญเกี่ยวกับทีวี LCD


We have seen your sample of ......ตัวสินค้า... at the ....ที่แสดงสินค้า...


Thank you for the brochure and price list you have sent to us about your ...ชื่อสินค้า...product.


We  have seen your advertisement in Bangkok Post and learn that you are one of the major manufacturers of home furniture.


2.Introducing your company or your work
ส่วนนี้จะเขียนต่อจากส่วน Opening เป็นการเขียนแนะนำบริษัทของตนเอง หรือแนะนำงานของตนเอง นิยมเขียนเฉพาะเป็นการติดต่อกันเป็นครั้งแรก แต่หากมีการติดต่อครั้งต่อไปไม่จำเป็นต้องเขียนส่วนนี้ก็ได้เพราะรู้จักมักคุ้นกันดีแล้ว ตัวอย่างประโยค เช่น


We are one of the largest importers of software in Thailand, and we would like to stock the latest manufactures of this type.
เราเป็นหนึ่งในผู้นำเข้าซอฟแวร์รายใหญ่ของประเทศไทย และเราอยากเก็บสินค้าซอฟแวร์รุ่นล่าสุดไว้ในสต็อกของเรา


We are one of the largest dealers in quality furniture in Bangkok and wish to expand our rang of stocks.
เราเป็นผู้จำหน่ายเฟอร์นิเจอร์คุณภาพรายใหญ่ที่สุดรายหนึ่งในกรุงเทพ และทางเรามีความประสงค์จะขยายจำนวนสินค้าให้มากขึ้นด้วย


3.Requesting 
เป็นส่วนที่ใช้บอกว่า เราต้องการทราบรายละเอียดอะไรบ้างเกี่ยวกับสินค้าที่เราสนใจนั้นๆ เช่น สี ราคา เงื่อนไข การขนส่ง เป็นต้น เราต้องเขียนในสำนวนแบบขอข้อมูล ไม่ใช่คำสั่ง การเขียนภาษาอังกฤษต้องระวังเรื่องนี้ด้วยนะครับ ตัวอย่างประโยคเช่น 


Would you please send me information on the ...สินค้า..? I would like to know when ...สินค้า.. will be available and how much it will cost.
กรุณาส่งข้อมูลเกี่ยวกับ..สินค้า...มาให้ทางผมด้วยได้ไหมครับ ผมต้องการทราบด้วยว่าเมื่อไหร่..สินค้า..จะวางจำหน่าย และราคาจะประมาณเท่าไหร่ครับ 


Could you please provide us with more details about their size, quality, prices etc. and please send us samples through your representative?
กรุณาจัดส่งรายละเอียดเกี่ยวกับขนาด คุณภาพ ราคา เป็นต้น ของสินค้า และกรุณาส่งตัวอย่างสินค้ามากับตัวแทนฝ่ายขายของคุณด้วยนะครับ


Could you please send us information on your ...ชื่อสินค้า..? Would you also include a price list and details of quantity discounts?


4. Closing หรือ Polite Expression
เป็นส่วนของคำลงท้ายจดหมาย ซึ่งต้องใช้ประโยคที่สุภาพ ตัวอย่างเช่น


We look forward to hearing from you soon.
เรากำลังรอคำตอบจากคุณอยู่


Thank you for your attention. I look forward to your prompt reply.
ขอขอบคุณที่ให้ความสนใจ ผมกำลังรอคอยคำตอบจากคุณอยู่


Your early reply would be appreciated.
คำตอบของคุณยิ่งเร็วยิ่งทำให้เราดีใจ


I look forward to receiving your reply.
ผมกำลังรอคำตอบจากคุณอยู่


Thank you for an early reply.
ขอบคุณที่ตอบกลับอย่างรวดเร็ว


Thank you for your assistance I look forward to hearing from you.


I should be obliged to you for your assistance in this matter.
ผมจะขอบคุณมากถ้าคุณให้ความช่วยเหลือในเรื่องนี้


การเขียนจดหมายสอบถามเกี่ยวกับสินค้ากรือบริการที่เราสนใจนั้น หลักๆ โครงสร้างของตัวเนื้อหา (body) ก็มีเท่านี้แหละครับ สุดท้ายนี้ ไปดูตัวอย่างจดหมายสอบถามกันเลยดีกว่า....

คลิกที่นี่เพื่อดูตัวอย่างจดหมายสอบถามภาษาอังกฤษพร้อมคำแปล

เรียบเรียงโดย : english7letter.blogspot.com/
ที่มา: หนังสือการโต้ตอบจดหมายธุรกิจและจดหมายส่วนตัว

วันพฤหัสบดีที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2555

วิธีเขียนจดหมายและใบเสนอราคา (how to write a quotation)

เมื่อมีลูกค้าสนใจสินค้าร้านเราและเตรียมจะสั่งซื้อ แต่ก่อนที่ลูกค้าจะสั่งซื้อสินค้าก็ต้องมีการสอบถามราคา เราจึงต้องเสนอราคาให้ลูกค้าผ่านใบเสนอราคา (quotation) ซึ่งเราสามารถเขียนใบเสนอราคาสินค้าและจดหมายนำแยกกัน หากจำนวนสินค้ามีมาก หรืออาจรวมใบเสนอราคาในตัวจดหมายเลยก็ได้ มาดูตัวอย่างกันเลยดีกว่า ตัวอย่างด้านล่างนี้คือใบเสนอราคาสินค้าที่พนักงานขายของบริษัทคอมพิวเตอร์ตอบกลับลูกค้าที่สอบถามราคา


 10F, No.30, Sec. 5, Bade Road Sungshan 
Taipei 100, Taiwan, 886-1-15782626 
www.EasyBiz.com


March 10, 2010


Mr.Dan Foxy
Orrow Technologies
2123 Bowers Avenue
Santa Clara, CA 95100


Dear Mr.  Foxy,


Re: Quotation for Laptops

EasyBiz Inc. is pleased to offer you a quotation for our laptops, Our quotation reflects both the quantities and processor you requested. Please let me know if there is anything further I can assist you with.

Sincerely,
Wayle Leang
(Wayle Leang)

คำแปลภาษาไทย

เรียน คุณ โฟซี

หัวข้อ : ใบเสนอราคาแล็ปท็อป

บริษัทอีซีบิทอิงก์มีความยินดีที่จะเสนอราคาแล็ปท็อปมาให้ท่าน ใบเสนอราคานี้ได้เสนอราคาตามจำนวนและสเปกตามที่คุณต้องการ หากคุณมีข้อสงสัยประการใด โปรดติดต่อผมได้ทุกเมื่อ
ขอแสดงความนับถือ
Wayle Leang
(เว้ย เหลียง)

Credit : Business writing , Live ABC

วันอังคารที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2555

เทคนิคเขียน Resume อย่างไรให้ได้งาน

วันนี้ไปเจอเทคนิคดีๆ เลยเอามาฝากทุกท่าน หวังว่าคงมีประโยชน์ครับ สำหรับเทคนิคเขียน Resume อย่างไรให้ได้งาน “การเขียน Resume ให้จูงใจคนอ่าน คือ การเขียนให้สอดคล้องกับความต้องการของเขา” ในขั้นตอนการสมัครงานส่วนใหญ่นั้น สิ่งแรกที่นายจ้างจะรู้เห็นเกี่ยวกับเราก็คือ “Resume” หรือ ใบผ่านงานของเรา Resume ที่ว่านี้ คือ เอกสารทางธุรกิจชนิดหนึ่งซึ่งจะมีข้อมูลพื้นฐานของเราปรากฏอยู่ อันได้แก่ ชื่อ ที่อยู่ ข้อมูลการติดต่อ ข้อมูลการศึกษา และประสบการณ์การทำงาน


ต่อไปนี้คือรายละเอียดการเขียน Resume สไตล์อเมริกัน ซึ่งสามารถยึดเป็นมาตรฐานสากลที่ใช้ได้โดยทั่วไป

รูปแบบ
- ให้เลือกทำ และส่ง Resume ด้วยไฟล์ Microsoft Word (หรือไม่ก็เป็น PDF)
- ก่อนที่เราจะลงมือเขียน ให้นึกถึงผู้ที่จะอ่านมันเป็นอันดับแรก ไม่ว่าคนๆ นั้นจะเป็นกรรมการบริหาร ฝ่ายทรัพยากรบุคคล ฝ่ายออกแบบ ฝ่ายการตลาด ฝ่ายการสื่อสาร ฝ่ายวิศวกรรม หรือฝ่ายค้นคว้าวิจัยก็ตาม พวกเขาย่อมต้องการจะรู้ว่า “คุณมีคุณสมบัติอะไรที่สอดคล้องกับความต้องการของแผนกเขาบ้าง”
- Resume ไม่ควรมีความยาวเกิน 2 หน้ากระดาษ A4 (สำหรับบัณฑิตใหม่ เขียนแค่หน้าเดียวก็พอ) โดยให้ระบุข้อมูลที่สำคัญที่สุดจากด้านบนของหน้าแรก เช่น ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และอีเมลติดต่อ ตำแหน่งที่คุณต้องการสมัคร และประสบการณ์ที่คุณมี สถานที่ และเบอร์ติดต่อ
- ใน Resume นั้นไม่จำเป็นต้องเขียนที่อยู่เต็มก็ได้ แต่ต้องเขียนเมือง รัฐ หรือประเทศให้ชัดเจน หาก Resume ของเรายาว 2 หน้า ก็ควรเขียนชื่อที่ด้านบนของหน้าที่ 2 ด้วย และหากไม่สะดวกที่จะให้ติดต่อที่ทำงาน ก็ไม่ต้องใส่เบอร์โทรศัพท์หรืออีเมลที่ทำงานไว้ (รวมถึงไม่ควรส่ง Resume จากอีเมลที่ทำงานด้วย)
- หากที่อยู่ปัจจุบันของเราเป็นที่อยู่ชั่วคราวก็ต้องชี้แจงให้ชัดเจน และควรเขียนที่อยู่ถาวรพร้อมเบอร์โทรศัพท์ไว้ด้วย
- ถ้าเรามีเบอร์ติดต่อหลายเบอร์ เช่น เบอร์ที่ติดต่อได้ตอนกลางวัน เบอร์ที่ติดต่อได้ตอนกลางคืน หรือเบอร์โทรมือถือ ก็ต้องระบุให้ชัด อาจใส่อีเมลที่จะทำให้ติดต่อสะดวกยิ่งขึ้น (แต่ไม่ควรใช้ชื่ออีเมลที่ไม่สุภาพหรือไร้สาระเด็ดขาด)

เป้าหมาย และความสนใจ
- ต่อจากข้อมูลเรื่องสถานที่ติดต่อ เราควรสรุปความใฝ่ฝัน ความสนใจ ประสบการณ์ ทักษะ และเป้าหมายของเราด้วย โดยข้อสรุปนี้ไม่ควรยาวเกินสามบรรทัด
- ควรเตรียมข้อสรุปข้างต้นไว้มากกว่าหนึ่งแบบ เพื่อใช้ในการสมัครงานในตำแหน่งที่แตกต่างกัน (แต่ถ้าไม่สามารถเขียนข้อสรุปได้ดี ขอแนะนำว่าไม่ควรจะเขียนเลย)

ประสบการณ์ด้านอาชีพ
- แจกแจงประวัติการทำงานโดยเรียงลำดับตามปี และให้เริ่มจากงานสุดท้ายก่อน
- ระบุข้อมูลของช่วงเวลาที่เราทำงาน (เดือน และปี) ตามด้วยชื่อบริษัท คำจำกัดความของบริษัท (เช่น ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ หรือที่ปรึกษาด้านการบริหารแบรนด์ เป็นต้น) ที่ตั้ง ตำแหน่งงานของเราที่บริษัทนั้น และระบุหน้าที่ความรับผิดชอบให้ชัดเจน
- หากไม่มีตำแหน่งที่ชี้ชัด (ตามฝ่ายหรือแผนก) อาจจะระบุรายละเอียดงาน (ประเภทงานที่คุณทำ) ไปแทนก็ได้ เช่น วิศวกรอุตสาหกรรม กรรมการบริหารด้านการค้นคว้า สถาปนิก หรือกราฟิกดีไซเนอร์ เป็นต้น
- ในส่วนของการแจกแจงผลงาน ควรเน้นเฉพาะผลงานที่ผ่านมาในระยะเวลาอันใกล้ หลีกเลี่ยงรายละเอียดงานที่ผ่านมาเกิน 15 ปี ในแต่ละโครงการให้ระบุหน้าที่ของเรา จำนวนคนภายใต้บังคับบัญชา หรือจำนวนคนในตำแหน่งที่คล้ายกับเรา (เช่นคุณเป็นหนึ่งในสามของผู้จัดการฝ่ายออกแบบ) อาจกล่าวถึงความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานด้วย
- หากเคยเป็นที่ปรึกษา เราควรแจงรายชื่อลูกค้า และโครงการที่เคยทำให้ลูกค้าเหล่านั้นอย่างชัดเจน (ไม่ต้องกล่าวถึงงานชั่วคราว นอกเสียจากว่างานนั้นมีผลต่อตำแหน่งที่คุณกำลังสมัคร)
- บัณฑิตใหม่ให้ระบุงานที่เคยทำในช่วงที่เป็นนิสิตนักศึกษา เช่น งานช่วงปิดเทอม งานช่วยสหกรณ์ เป็นต้น
- ถ้าเรามีประสบการณ์อาชีพค่อนข้างมาก สามารถเขียน Resume ได้ถึง 2 หน้า ในหน้าที่ 2 นั้นให้เน้นรายละเอียดด้านประสบการณ์การทำงาน อาจใช้หัวข้อว่า “จุดเด่นในหน้าที่การงาน” ก็ได้ โดยให้ใส่ข้อมูลเพิ่มเติมจากหน้าแรก เช่น งบประมาณที่เคยบริหาร โครงสร้างของทีมงาน หน้าที่การจ้างงาน การควบคุมฝ่ายขาย หรือแม้กระทั่งการเดินทางไปทำงานในต่างประเทศ เป็นต้น
- โดยปกติแล้วถ้าเราอยู่ในตำแหน่งงานใดเป็นเวลานาน ก็ควรให้ข้อมูลตรงจุดนั้นมากหน่อย แต่หากงานนั้นผ่านมาเนิ่นนานแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องนำมาใส่ใน Resume นอกจากว่างานนั้นจะมีผลต่อการสมัครงานครั้งนี้เป็นอย่างมาก
- จากประวัติงานในอดีต หากมีหน้าที่ความรับผิดชอบใดที่เราไม่ต้องการจะทำอีก เราก็ไม่ควรเน้นถึงตรงนั้น
- จงรำลึกเสมอว่า “ข้อมูลข้อเท็จจริงนั้นสามารถตรวจสอบได้ง่ายมาก” บริษัทใหญ่ๆ มักจะทำการตรวจสอบข้อมูลที่เราให้ไว้ ฉะนั้นควรหลีกเลี่ยงข้อมูลเท็จ และตรวจทานวันที่ให้แน่นอน

การศึกษา
- ควรแจกแจงโดยเรียงลำดับวันที่ย้อนหลังเช่นกัน รายละเอียดที่ควรกล่าวถึงได้แก่ ชื่อสถาบัน ที่ตั้ง วิชาเอก ระยะเวลาที่ศึกษา วันที่รับปริญญา รวมถึงเกียรตินิยมหรือรางวัลที่ได้รับ (ไม่ต้องแจงรายละเอียดวิชาที่เรียนมา)
- บัณฑิตใหม่สามารถเพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับหัวข้อวิทยานิพนธ์ และคำอธิบายประกอบ (ในกรณีที่มีความเกี่ยวข้องกับเป้าหมาย และความสนใจ)
- ควรระบุรายละเอียดการศึกษาช่วงมัธยมปลายเฉพาะในกรณีที่สอดคล้องกับงานที่สมัคร
- ควรแจงข้อมูลเกี่ยวกับการฝึกอบรมหรือประกาศนียบัตรที่เคยได้รับด้วย

ข้อมูลส่วนตัว
เราไม่จำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว เช่น อายุ เพศ สถานภาพการแต่งงาน ศาสนา เชื้อชาติ สัญชาติ สถานะการเกณฑ์ทหาร หรือข้อบกพร่องทางสุขภาพก็ได้ (ในสหรัฐอเมริกานั้นหากยังไม่มีการตกลงทำสัญญาจ้าง การที่นายจ้างถามถึงข้อมูลส่วนตัวเหล่านี้ถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย)

ข้อมูลอื่นๆ
- เป็นข้อมูลชิ้นสุดท้ายซึ่งรวมถึงข้อมูลทุกอย่างที่เกี่ยวกับตัวเรา “ที่ผู้ว่าจ้างอาจจะสนใจ” เช่น ภาษา และความสามารถในการใช้คอมพิวเตอร์ ความสนใจพิเศษ ความรู้ และทักษะที่ไม่ปรากฏในประวัติการทำงาน
- ควรแจงข้อมูล (ถ้ามี) เกี่ยวกับสมาชิกภาพกับองค์กรต่างๆ ประวัติการแสดงนิทรรศนาการ การได้รับรางวัล หรืองานที่เคยตีพิมพ์ ประสบการณ์ด้านการโต้วาที การอภิปรายหรือการประชุม รวมถึงใบอนุญาตต่างๆ ที่เราถืออยู่ในปัจจุบัน

ความง่ายในการอ่าน
- ให้ออกแบบ Resume เพื่อความสะดวกในกานอ่าน ชัดเจน รัดกุม อย่าเน้นดีไซน์มากจนเกินไป ตัวพิมพ์ไม่ควรเล็กกว่า 10 pt
- หลีกเลี่ยงการใช้ตัวพิมพ์สี พื้นสี หรือภาพกราฟิกที่จะทำให้อ่านยาก

Tips อื่นๆ
- หากเราเลือกส่ง Resume ทางอีเมล ข้อมูล และรูปแบบของ Resume นั้นจะต้องจูงใจเป็นพิเศษ ต้องสร้างความประทับใจได้ภายในย่อหน้าแรก (มิเช่นนั้นจะไม่มีใครอ่านต่อแน่นอน)
-บางคนอยากจะเขียนจดหมายนำก็ได้ไม่ผิด แต่ผู้อ่านส่วนใหญ่จะพลิกไปอ่านหน้า Resume ก่อน เพื่อให้แน่ใจว่าผู้สมัครดังกล่าวมีคุณสมบัติตามเกณฑ์เบื้องต้น
- ความชัดเจน และรวบรัดเป็นเรื่องสำคัญมาก เช่นเดียวกับการเรียบเรียง และรูปแบบของการเขียน รวมทั้งไวยากรณ์ และตัวสะกดด้วย
- คำอธิบายเกี่ยวกับตำแหน่งงานตามประกาศรับสมัครคือข้อมูลเบื้องต้นที่ทำให้เราทราบว่า ผู้ว่าจ้างต้องการคุณสมบัติอะไรบ้างจากผู้สมัคร ฉะนั้นหาก Resume ที่เราส่งไปไม่สอดคล้องกับความต้องการดังกล่าว นายจ้างก็จะไม่สนใจ ไม่ว่าจดหมายนำของเราจะดูดีแค่ไหนก็ตาม

คลิกที่นี่เพื่อดูเทคนิคและการเขียน resume อย่างละเอียดเพิ่มเติม...
คลิกที่นี่เพื่อดูตัวอย่างการเขียน Resume ภาษาไทย
คลิกที่นี่เพื่อดูตัวอย่างการเขียน Resume ภาษาอังกฤษ

ที่มา www.tcdcconnect.com

หวังว่าคงเป็นประโยชน์กับทุกท่านครับ จากบล็อกจดหมายสมัครงานจดหมายธุรกิจ : 

วิธีเขียนประวัติย่อ (Writing a Resume)

บทความนี้จะแนะนำวิธีการเขียนเรซูเม (Resume) หรือประวัติย่อนั่นเอง สิ่งสำคัญของการเขียน Resume คือ ความเรียบง่ายและความชัดเจน เพราะว่าเป้าหมายของการเขียน Resume คือ เพื่อเป็นสื่อในการนำคุณสมบัติและความสามารถของเรา เป็นสื่อให้ผู้ที่คัดเลือกพิจารณาเบื้องต้นว่ามีคุณสมบัติสมควรได้รับการสัมภาษณ์หรือทดสอบอื่นๆ ต่อไปหรือไม่
เปรียบเปรย Resume ก็เปรียบเหมือนป้ายที่ติดอยู่ตามกล่องสินค้าต่างๆ ที่แสดงคุณสมบัติของสินค้านั้นๆ ให้คนซื้อได้รู้ก่อนจะทดลองซื้อมาใช้มากิน ถ้าภายนอกกล่องไม่สามารถแสดงคุณสมบัติและสรรพคุณที่น่าสนใจและไม่ตรงตามที่ผู้ซื้อต้องการ ผู้ซื้อก็อาจไม่เลือกซื้อสินค้านั้นๆ

จำไว้ว่า Resume ต้องประกอบด้วยความจริง (ย้ำนะครับว่า ความจริงเท่านั้น ห้ามปั้นแต่งเด็ดขาด) สองส่วนหลักด้วยกันคือ รายละเอียดด้านการศึกษา และ ประสบการณ์การทำงาน สิ่งที่เราต้องทำคือ เขียนสองสิ่งนี้ให้เข้าตากรรมการ!! (คลิกที่นี่เพื่อดู เทคนิคเขียน Resume ให้ได้งาน......)

ต่อไปนี้เป็นข้อแนะนำเล็กๆ น้อยๆ ในการเขียน Resume
1.แสดงคุณสมบัติและความสามารถให้ชัดเจน ต้องพยายามแสดงความสามารถและคุณสมบัติเด่นออกมาเพื่อให้เห็นว่าเราเหมาะสมกับต่ำแหน่งที่สมัคร

2.บอกถึงกิจกรรมต่างๆ ที่เคยทำ การเขียนประวัติการศึกษาควรเริ่มจากปัจจุบันไปหาอดีต สาขาวิชาต่างๆ ตลอดจนเขียนกิจกรรมที่ทำระหว่างกำลังศึกษาหรือทำงาน เพื่อให้บริษัททราบถึงการมรจิตสาธารณะและการทำงานร่วมกับผู้อื่นของเรา

3.เขียนบุคคลอ้างอิงไว้ท้ายสุดของจดหมาย โดยเขียนชื่อ ตำแหน่ง เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่และความสัมพันธ์ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับตัวเอง

4.ถ้าเป็น Resume ภาษาอังกฤษ เราต้องเลือกใช้คำกริยาและตัวเลขอย่างเหมาะสม ซึ่งในตัวเอกสาร Resume นั้นเมื่อมีการเขียนบอกประสบการณ์การทำงานอย่างละเอียด โดยเรียงเริ่มจากปัจจุบันไปหาอดีต การบอกถึงประสบการณ์การทำงานควรละประธานและเลือกใช้คำกริยาที่สื่อถึงความสามารถ และประสบการณ์ของเราเอง อาจใช้ตัวเลขเข้าช่วย (คลิกที่นี่เพื่อดูตััวอย่าง Resume.....)

5. การเขียน Resume หรือ ประวัติย่อ ก็คือ การบรรยายรายละเอียดเกี่ยวกับตัวเรา ในเรื่องการศึกษา ประสบการณ์การทำงานหรือความสำเร็จที่ผ่านมา ตลอดจนความสนใจส่วนตัวของเรา การเขียนทั้ง CV และ Resume ที่ดีจะต้องทำให้น่าอ่าน สะดุดตา นำเสนอด้านดีและน่าสนใจในตัวเรา ว่าไปแล้วก็คือ การเขียนให้ตรงกับความต้องการของนายจ้างนั่นเอง

เอกสารสอนวิธีการกรอกใบสมัครงานและ resume...
ตัวอย่าง Resume ภาษาไทย...
ตัวอย่าง Resume ภาษาอังกฤษ...

หวังว่าคงเป็นประโยชน์กับทุกท่านครับ ยังไงก็แวะเวียนมาที่บล็อก จดหมายภาษาอังกฤษ แห่งนี้บ้างนะครับ

วันพฤหัสบดีที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2555

ตัวอย่างจดหมายสมัครงานภาษาไทย-หลากหลายแบบ

วันนี้ผมเอาตัวอย่างจดหมายสมัครงานภาษาไทยมาฝากครับ เนื่องจากต้องพิมพ์ลง blog ดังนั้นรูปแบบจดหมายอาจผิดเพี้ยนไป กล่าวคือ การเว้นบรรทัด เว้นวรรค ซึ่งแน่นอนว่าเวลาเราส่งใบสมัครและจดหมายเรามักจะพิมพ์ใน Ms. word (ขนาดเท่ากระดาษ A4) ดังนั้นผุ้อ่านต้องเช็คแบบฟอร์มอีกทีนะครับ เดี่ยวผมจะรวบรวม Cover letter และ resume ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ จำนวนมากมาย ในแบบฉบับเอกสาร Word ให้ Download กันอีกที บทความนี้เอาตัวอย่างไปดูกันพอเป็นไอเดียก่อนครับผม
-------------------------------------------------------------------
จดหมายสมัครงานภาษาไทย ตัวอย่างที่1
นายชาลี มีสุขสม
100/1 หมู่5 ต.ท่าแดง
อ. ท่าพระ
จ. สระบุรี 32123


25 มกราคม 2554


เรื่อง ขอสมัครงานตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายจัดจำหน่าย
เรียน ท่านผู้จัดการฝ่ายบุคคล
สิ่งที่แนบมาด้วย          1. ใบรับรองการศึกษา
                              2. เอกสารประวัติย่อ


        กระผมได้ทราบจากทางเว็บไซต์ Jobjobjob.com ลงประกาศวันที่ 20 มกราคม 2554 ว่าทางบริษัทไอดีซี จำกัด เปิดรับสมัครพนักงานตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายจัดจำหน่าย จำนวน 1 ตำแหน่ง กระผมมีความยินดีอย่างยิ่งหากท่านจะกรุณาพิจารณาเลือกกระผมไว้สำหรับตำแหน่งนี้ 
       กระผมสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านบริหารธุรกิจ มหาลัยกรุงเทพ ปี 2549 เกรดเฉลี่ย 2.85  มีประสบการณ์การทำงานทางด้านคลังสินค้าบริษัทการบินไทยเป็นเวลา 2 ปี ซึ่งช่วยให้กระผมมีความรู้ความสามารถด้านการจัดการคลังสินค้าเป็นอย่างดี กระผมมีความรู้ทางภาษาอังกฤษในระดับดี ทั้งการฟัง, พูด, อ่าน และเขียน กระผมมีความขยัน อดทน รับผิดชอบต่อหน้าที่การงานเป็นอย่างดี
       หากท่านจะกรุณาให้กระผมได้ชี้แจงรายละเอียดและตอบข้อซักถามต่างๆ เกี่ยวกับความรู้ความสามารถของกระผม จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง


                                                          ขอแสดงความนับถือ
                                                            (นายชาลี มีสุขสม)   
------------------------------------------------------------------
ตัวอย่างที่2
นายชาลี มีสุขสม
100/1 หมู่5 ต.ท่าแดง
อ. ท่าพระ
จ. สระบุรี 32123


25 มกราคม 2554


เรื่อง ขอสมัครงานตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายจัดจำหน่าย
เรียน ท่านผู้จัดการฝ่ายบุคคล
สิ่งที่แนบมาด้วย          1. ใบรับรองการศึกษา
                              2. เอกสารประวัติย่อ
                               3. รูปถ่ายจำนวน 2 ใบ   


        กระผมได้ทราบจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับบวันที่ 20 มกราคม 2554 ว่าทางบริษัทไอดีซี จำกัด เปิดรับสมัครพนักงานตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายจัดจำหน่าย จำนวน 1 ตำแหน่ง กระผมมีความยินดีอย่างยิ่งหากท่านจะกรุณาพิจารณาเลือกกระผมไว้สำหรับตำแหน่งนี้ ประสบการณ์และประวัติการศึกษาของกระผมที่ท่านอาจนำมาพิจารณาร่วมในการตัดสินใจมีดังนี้ วุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีทางด้านบริหารธุรกิจ มหาลัยกรุงเทพ ปี 2549 เกรดเฉลี่ย 2.85  มีประสบการณ์การทำงานทางด้านคลังสินค้าบริษัทการบินไทยตั้งแต่ปี 2550 จนถึงปัจจุบัน มีความรู้ทางภาษาอังกฤษในระดับดี ทั้งการฟัง, พูด, อ่าน และเขียน 
       หากท่านจะกรุณาให้กระผมได้ชี้แจงรายละเอียดและตอบข้อซักถามต่างๆ เกี่ยวกับความรู้ความสามารถของกระผม จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง


                                                          ขอแสดงความนับถือ
                                                            (นายชาลี มีสุขสม)   
------------------------------------------------------

คลิกที่นี่เพื่อ Download เอกสาร ชุดที่1...  
คลิกที่นี่เพื่อ Download เอกสาร ชุดที่2... 
คลิกที่นี่เพื่อ Download เอกสาร ชุดที่3...
คลิกที่นี่เพื่อ Download เอกสาร ชุดที่4...


คลิกไปดูตัวอย่างเพิ่มเติม......
จดหมายสมัครงานภาษาไทยตัวอย่างที่ 3 
จดหมายสมัครงานภาษาไทยตัวอย่างที่ 4 
จดหมายสมัครงานภาษาไทยตัวอย่างที่ 5


จดหมายสมัครงานภาษาอังกฤษ ตัวอย่างที่ 1

จดหมายสมัครงาน เขียนอย่างไรให้ได้งาน (How to Write an Effective Cover Letter)

การสมัครงานที่บริษัทไหนก็ตาม สิ่งที่สำคัญและขาดไม่ได้เลยคือ จดหมายสมัครงานหรือจดหมายนำ (Cover letter) ซึ่งถือเป้นกุญแจสำคัญที่จะพาเราก้าวไปสู่ความสำเร็จในชีวิต เราต้องพิถีพิถันในการเขียนจดหมายเป็นพิเศษ ข้อพึงระลึกไว้ว่า “จดหมายสมัครงานไม่ได้เขียนเพื่อวิงวอนให้เขาเห็นใจเรา แต่เพื่อแสดงให้เขาเห็นว่าเราเหมาะสมกับงานที่เขารับสมัครอยู่ต่างหาก ที่สำคัญอย่าโอ้อวดเกินไปนะครับ มันไม่ดีแน่นอน


จดหมายนำสำคัญไฉน?
เนื่องจากทางบริษัทรับสมัครงานนั้น สิ่งแรกที่เขาจะอ่านหรือพิจารณาคือ จดหมายนำ (หรือจดหมายสมัครงาน หรือ cover letter อันเดียวกันครับ) ก่อนที่จะอ่านสิ่งที่เราแนบมา เช่น พวกประวัติส่วนตัว ผลงานต่างๆ นานา ดังนั้นเราต้องเขียนจดหมายนำให้น่าสนใจ และกระตุ้นให้ผู้อ่านเปิดโอกาสให้เราได้เข้าไปสัมภาษณ์ หรืออย่างน้อยๆ ก็ให้เขาสนใจที่จะดูสิ่งที่เราแนบมาด้วย ซึ่งหากเราเขียนจดหมายนำไม่ดี ไม่น่าสนใจ โอกาสที่จดหมายจะถูกโยนลงถังขยะพร้อมกับสิ่งที่เราแนบมา(ซึ่งเขาไม่ได้เปิดอ่านแม้แต่น้อย) เป็นไปได้สูง


ดังนั้นท่องคาถานี้ไว้ครับ เขียนจดหมายเพื่อให้ได้ “โอกาสสัมภาษณ์” และเขาจะรับไม่รับก็ค่อยไปดูตอนสัมภาษณ์อีกทีซึ่งผมจะสอนและแนะนำเทคนิคการสัมภาษณ์คราวหน้าครับ


ปัจจุบันเรามีทางเลือกในการสมัครงานมากขึ้น เช่น สมัครงานออนไลน์ (Online), สมัครทางอีเมลล์ (email), การยืนใบสมัครด้วยตนเองที่บริษัทนั้นๆ (ซึ่งมักจะมีแบบฟอร์เฉพาะบริษัทให้กรอก) เป็นต้น แต่กระนั้นจดหมายนำยังคงมีความจำเป็นเสมอครับ ด้านล่างเป็นตัวอย่างจดหมายนำ คลิกเข้าไปดูได้เลยครับ 

ตัวอย่างจดหมายสมัครงานภาษาไทย....
ตัวอย่างจดหมายสมัครงานภาษาอังกฤษ


หวังว่าคงเป็นประโยชน์กับทุกท่านครับ
บทความจดหมายสมัครงาน จาก : http://english7letter.blogspot.com

วันอังคารที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2555

จดหมายสั่งซื้อสินค้าเครื่องดนตรี

เมื่อเราได้ทำการอ่านรายละเอียดสินค้าและเงื่อนไขสินค้าเป็นอย่างดีแล้วตามที่ผู้เสนอขายสินค้าส่งมาใ้ห้เรา จากนั้นเราต้องการสั่งซื้อสินค้าจากบริษัทเขา สามารถเขียนจดหมายเพื่อสั่งซื้อสินค้าได้ดังนี้

ตัวอย่างจดหมายสั่งซื้อสินค้าภาษาอังกฤษ

Giant musical instrument Store,
20 Rama 7 Road, Lumpinee, Pratumwan,
Bangkok 10330.

10 March 2010

Siam Musical Store,
60 Rajburana Road, Bangpakok,
Bangkok 10140.

Dear Sirs,

In our correspondence on the orders of Thai musical instruments from you, we are pleased to order the goods of your warehouse as mentioned below:
1. The oboes                  10 sets
2. The tenor fiddles         20 sets
3. The gongs                    5 sets
Please dispatch a copy of the credit note immediately for our inspection.Thank you.

Yours faithfully,
Charee Meesuksun
Head of department

คำแปลจดหมาย

เรียน ท่านที่นับถือ

ในการตอบรับเกี่ยวกับการซื้อเครื่องดนตรีจากคุณแล้ว ทางเรารู้สึกยินดีที่จะสั่งสินค้าซึ่งเป็นเครื่องดนตรีไทยจากคลังสินค้าของท่านดังรายการต่อไปนี้
1. ปี่                          10 เลา
2. ซอด้วง                 20 อัน
3. ฆ้อง                      5 วง
กรุณาส่งสำเนาใบแจ้งหนี้มาให้ทางเราในทันทีเพื่อทำการตรวจสอบขอแสดงความขอบคุณ

ขอแสดงความรับถือ
ชาลี มีสุขสันต์
หัวหน้าแผนก

เมื่อเราได้ยืนยันการสั่งซื้อไปแล้ว ทางบริษัทที่จำหน่ายสินค้าได้รับจดหมาย เราจะได้รับจดหมายตอบกลับจากเขา ในทำนองนี้

Dear Sirs,

We are appreciative of your letter on March 10, 2010. We have pleasure to tell you that we have delivered the ordered goods today. We have attached a copy of bill for your forward data. We assure you of our best service.

Yours faithfully,
Tony Taylor
Sales Manager


คำแปลจดหมาย
"ทางเราขอขอบคุณที่ท่านติดต่อมาเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2010 ทางเรารู้สึกยินดีที่จะเรียนท่านให้ทราบว่าสินค้าที่สั่งได้ถูกจัดส่งไปแล้ววันนี้ ทางเราได้แนบสำเนาใบเสร็จให้มาเป็นข้อมูลล่วงหน้า มั่นใจได้ว่าเราจะบริการคุณอย่างดีที่สุด"




วันจันทร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2555

รูปแบบจดหมายธุรกิจ (Business Letters Formats) ทุกแบบที่ใช้กัน

หัวข้อนี้เพิ่มเติมจากบทความที่แล้ว รูปแบบจดหมายธุรกิจภาษาอังกฤษ ซึ่งหัวข้อนี้จะนำเสนอรูปแบบจดหมายธุรกิจภาษาอังกฤษทุกแบบที่ใช้กันเพิ่มเติม ซึ่งบางแบบก็เป็นที่นิยมในปัจจุบัน บางแบบก็ไม่นิยมใช้กันบ้างแล้ว ลองสังเกตความแตกต่างของจดหมายแต่ละรูปแบบดูกันนะครับ จะแตกต่างกันเล็กๆน้อยๆ (คลิกเพื่อดูรูปใหญ่)

Traditional Letter Format

Semi-Blocked Format
Blocked Format
Full-Blocked Format
Square-Blocked Format
Simplified Format


หวังว่าคงเป็นประโยชน์กับทุกท่านครับ
บทความจดหมาย english จาก : http://english7letter.blogspot.com

วันเสาร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2555

การใช้คำขึ้นต้น (salutation) และคำลงท้าย (complimentary) ในจดหมายธุรกิจ

คำขึ้นต้นจดหมายก็เหมือนกับคำทักทายในภาษาสมทนา เช่น How are you? เป็นต้น แต่ในจดหมายธุรกิจมีคำทักทายที่แตกต่างออกไป เช่น Dear sir, Dear Madam เป็นต้น ส่วนคำลงท้ายก็เหมือนกับการกล่าวคำอำลา good bye ในภาษาสนทนาแต่จดหมายภาษาอังกฤษก็มีคำลงท้ายเป็นแบบฟอร์มที่ต่างออกไป ดังนั้นการใช้คำขึ้นต้น (salutation) และคำลงท้าย (complimentary) ในจดหมายธุรกิจ ให้ถูกต้องเป็นสิ่งที่จำเป็น

คำขึ้นต้น
1.สำหรับจดหมายธุรกิจ โดยทั่วไปแล้ว จะใช้คำขึ้นต้นด้วยคำเหล่านี้
Dear Ms / Miss / Mrs / Mr / Dr + Surname  เช่น

Dear Louise:
Dear Ms. Chu: 
Dear Ms. Chu,
Dear Mr. and Dr. Paige:
Dear Professor Amato:
Dear Patrick:

(หมายเหตุ แบบอังกฤษใช้ comma , แต่อเมริกันใช้ Colon : )

บุคคลที่ท่านไม่รู้จัก  
Dear Sir, Dear Sir:   ใช้กับผู้ชายที่ไม่ทราบชื่อ (แบบอังกฤษใช้ comma , แต่อเมริกันใช้ Colon : )
Dear Sirs,     ใช้กับบริษัท (แบบอังกฤษ)
Gentlemen:    ใช้กับบริษัท (แบบอเมริกัน)
Ladies and Gentlemen: ใช้กับบริษัท (แบบอเมริกัน)
Dear Madam,   ใช้กับผู้หญิงที่ไม่ทราบชื่อ
Dear Sir or Madam,   ไม่ทราบชื่อและเพศ (แบบอังกฤษ)


ข้อแนะนำเพิ่มเติม

1. ไม่ทราบชื่อและเพศ
Dear Sir or Madam:
Dear Madam or Sir:
To Whom It May Concern:

2. ทราบชื่อแต่ไม่ทราบเพศ ก็เขียนชื่อเต็มลงไปเลย
Dear Marion Parker:
Dear R. V. Moore:

3. ไม่ทราบชื่อแต่ทราบเพศ
Dear Madam: (ผู้หญิง)
Dear Sir: (ผู้ชาย)

4. ทราบชื่อและเพศ
Dear Mr. Smith: (ใช้กับผู้ชาย)
Dear Mrs. Fray: (ใช้กับผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว)
Dear Ms. Simpson: (ใช้กับผู้หญิง โดยใช้กับคนที่เราไม่รู้ว่าแต่งงานหรือยัง)
Dear Miss Wells: (ใช้กับผู้หญิงที่ยังไม่แต่งงาน, ผู้หญิงโสด)

5.เขียนถึงบุคคล 2 คน ใส่ชื่อทั้งสอง
Dear Mr. Trujillo and Ms. Donne:
Dear Alex and Drenda:
Dear Ms. Kent and Mr. Winston:
Dear Mr. Fong and Miss Landis:
Dear Mrs. Kay and Mr. Fox:
Dear Mr. and Mrs. Green:

6. เขียนถึงหลายคน
Dear Mr. Anderson, Mrs. Brodsky, Ms. Carmino, Mr. Dellums, and Miss Eustace:
Dear Friends (เพื่อนมหาลัย, ชมรม, หรือกลุ่มก๊วน):

7.ถ้าเราไม่ได้รู้จักบุคคลที่เราเขียนถึงเป็นการส่วนตัวหรือรู้แค่ชื่อ หรือเพิ่งเขียนติดต่อเขาเป็นครั้งแรก ให้ใช้
Dear Ms / Miss / Mrs / Mr / Dr + Surname (last name = นามสกุล) เช่น
Dear Mr. Sancheza:
Dear Dr. Amanci:
แต่ถ้ารู้จักกันดีแล้วใช้แค่ชื่อ (first name) ก็พอ เช่น
Dear Karen:

8. การเขียนจดหมายส่วนตัวถึงคนที่เรารู้จักกันดีแล้ว หรือเขียนอีเมลล์ ให้ใช้ชื่อก็พอ แสดงถึงความเป็นสนิทสนมเป็นกันเอง เช่น
David,
Dear David,
Hi David,
Hello David,


คำลงท้าย
จดหมายแบบทางการ          
Yours faithfully,
Very truly yours, 
Your very truly,
Sincerely yours, 
Respectfully, 
Respectfully yours,


จดหมายแบบทั่วไป ไม่เป็นทางการ              
Sincerely, 
Sincerely yours, 
Cordially yours,
Yours faithfully,
Your sincerely,
Yours truly, 


จดหมายส่วนบุคคล แบบส่วนบุคคล
Your sincerely,  
sincerely,
Yours,
Sincerely yours, 
Best regards,
Regards,
Cordially,
With best regards,
-------------------------------------------------------------------------
จดหมายภาษาอังกฤษ

Business vocabulary in use


ชื่อตำแหน่งต่างๆ ในบริษัททั้งภาษาไทยและอังกฤษ
Chairman = ประธาน
Vice Chairman =รองประธาน
President =ประธานกรรมการ
Vice-President =รองประธานกรรมการ
Senior Advisor = ที่ปรึกษาอาวุโส
Managing Director = กรรมการผู้จัดการ
Senior Executive Managing Director = ประธานกรรมการบริหารระดับสูง
Board of Directiors =คณะกรรมการบริหาร (มักเรียกย่อว่า board)
Directors =กรรมการ
General Manager =ผู้จัดการทั่วไป
Manager =ผู้จัดการ
Branch Manager =ผู้จัดการสาขา (ธนาคาร)
Head of Department =หัวหน้าแผนก
The Management team =คณะผู้บริหาร
Personnal Manager =ผู้จัดการฝ่ายบุคคล
Finance Manager =ผู้จัดการฝ่ายการเงิน
Sales Manager =ผู้จัดการฝ่ายขาย
Plant Manager =ผู้จัดการฝ่ายโรงงาน
Accounting Manager =ผู้จัดการฝ่ายบัญชี
Purchasing Manager =ผู้จัดการฝ่ายซื้อ
Receptionist =พนักงานต้อนรับ
Room Clerk =พนักงานต้อนรับ

วันจันทร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2555

จดหมายจองที่พักในโรงแรม (Reserving hotel accommodation)


Dear Mr. ........,

I would like to confirm the booking I made on the phone yesterday for Mr Doodee. He will arrive in Thailand late on January 5 and he likes a single room with a bath for three nights. He will be leaving in the morning of 7th.

Yours sincerely
.....................
(                    )

แปล

เรียนคุณ ............
ดิฉันใคร่ที่จะยืนยันการจองที่พักซึ่งดิฉันติดต่อทางโทรศัพท์เมื่อวานนี้ให้ คุณ Doodee เขาจะมาถึงเมืองไทยตอนสายของวันที่ 5 มกราคม และเขาอยากที่จะได้ห้องพักเดี่ยวแบบมีอ่างอาบน้ำในตัวเป็นเวลา 3 คืน เขาจะคืนห้องในตอนเช้าของวันที่ 7

ขอแสดงความนับถือ
.........................
(                        )